ฟิลเตอร์กรองอากาศในระบบแอร์ (AHU) เรียงตามลำดับลม คือฟิลเตอร์หยาบ (Pre-filter) ที่ทางลมเข้าก่อนถึงคอยล์เย็น ตามด้วยฟิลเตอร์ละเอียดหลังพัดลม และ HEPA ที่หัวจ่ายเมื่อต้องการความสะอาดสูง
เขียนโดยทีมงาน Thai Filter Supply (จำหน่ายฟิลเตอร์กรองอากาศ FILTLAB และฟิลเตอร์สำหรับงานอุตสาหกรรม) · เผยแพร่: 5 พฤศจิกายน 2569 · ปรับปรุงล่าสุด: 5 พฤศจิกายน 2569
ลองนึกภาพตามนะครับ ตอนเราเดินเข้าออฟฟิศที่เปิดแอร์ ลมเย็นๆ ที่เป่าออกมาจากช่องแอร์บนฝ้า มันไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆ ลมก้อนนั้นเดินทางมาไกลพอสมควร ผ่านเครื่องหลายชิ้น และระหว่างทางมี "ด่านตรวจ" คอยกรองฝุ่นอยู่หลายด่าน ด่านพวกนี้ก็คือฟิลเตอร์กรองอากาศนั่นเอง
วันนี้เราจะพาไปตามลมทีละจุด ใช้ตู้ AHU (Air Handling Unit) ซึ่งเป็นตู้ส่งลมเย็นที่พบได้ในอาคารขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นตัวอย่าง เพราะเห็นภาพง่ายที่สุด
1. ลมเข้ามาจากสองทาง ทางแรกคือลมจากนอกตึก ซึ่งพาฝุ่น ละอองเกสร และควันรถเข้ามาด้วย ทางที่สองคือลมที่วนกลับมาจากห้อง ซึ่งมีเศษใยผ้า เส้นผม และฝุ่นจากกิจกรรมในอาคาร ลมสองทางนี้มาผสมกันก่อน
2. ด่านแรก: ฟิลเตอร์หยาบ (Pre-filter) ทำหน้าที่เหมือนตะแกรงหน้าบ้าน จับฝุ่นก้อนใหญ่ ใยผ้า แมลงตัวเล็กๆ ไม่ให้หลุดเข้าไปข้างใน
3. คอยล์ทำความเย็น ลมผ่านครีบคอยล์เพื่อลดอุณหภูมิและความชื้น ตรงนี้แหละที่ไม่อยากให้มีฝุ่นเลย เพราะฝุ่นที่เกาะครีบจะทำให้แอร์เย็นช้าลง และความชื้นที่แฉะอยู่ตรงนั้นก็เป็นที่ชอบของเชื้อรา
4. พัดลม ดันลมให้เดินทางต่อ ถ้าฟิลเตอร์ก่อนหน้านี้ตัน พัดลมต้องออกแรงหนักขึ้น ค่าไฟก็ขึ้นตามไปด้วย
5. ด่านหลัก: ฟิลเตอร์ละเอียด อยู่หลังพัดลมหรือก่อนลมออกจากตู้ ด่านนี้แหละที่กำหนดว่าลมที่เข้าห้องจะสะอาดแค่ไหน
6. ท่อลมและหัวจ่าย ลมเดินทางตามท่อไปที่ห้อง ถ้าเป็นพื้นที่ที่ต้องสะอาดมาก เช่น ห้องผ่าตัดหรือห้องสะอาดในโรงงาน จะมีฟิลเตอร์ HEPA ติดที่หัวจ่ายเป็นด่านสุดท้ายอีกชั้น
7. ถึงห้อง ลมส่วนหนึ่งวนกลับเข้าไปรอบใหม่ อีกส่วนระบายออกนอกอาคาร แล้วก็เริ่มต้นเส้นทางเดิมอีกครั้ง
ลองเทียบกับการล้างจานครับ ถ้าเทเศษอาหารกองใหญ่ลงฟองน้ำเลย ฟองน้ำก็ตันเร็ว แต่ถ้าเอากระดาษเช็ดเศษอาหารออกก่อน ฟองน้ำก็ใช้ได้นานขึ้น ฟิลเตอร์ก็เหมือนกัน ฟิลเตอร์ละเอียดมีใยแน่นและราคาสูงกว่า ถ้าให้มันรับฝุ่นก้อนใหญ่เองทั้งหมดก็ตันเร็วและต้องเปลี่ยนบ่อย ใส่ฟิลเตอร์หยาบไว้ด่านหน้าแค่ชั้นเดียว ช่วยยืดอายุฟิลเตอร์ชั้นถัดไปได้เยอะ
ส่วนที่ฟิลเตอร์ละเอียดมักอยู่หลังพัดลม เพราะฝั่งนั้นมีความดันลมเป็นบวก ถ้าตู้มีรอยรั่วเล็กๆ ลมจะดันออกมาข้างนอก ไม่ใช่ดูดฝุ่นเข้าไปแทน
| ตำแหน่ง | ฟิลเตอร์ที่พบบ่อย | ควรเช็กอะไร |
|---|---|---|
| ลมเข้า ก่อนถึงคอยล์ | แบบแผ่น แผ่นอลูมิเนียม หรือแบบแผ่นพับ | สะอาดไหม ใส่แน่นไหม ลมไม่ลอดข้างกรอบ |
| หลังพัดลม / ปลายตู้ | แบบถุงหรือแบบกล่อง (เช่น F7–F9) | ความดันตก (ΔP) และการติดตั้ง |
| หัวจ่ายในจุดสำคัญ | HEPA | ทดสอบรั่วหลังติดตั้ง |
1. ฟิลเตอร์ในระบบแอร์เรียงจาก หยาบ → ละเอียด → (HEPA ถ้าจำเป็น)
2. ฟิลเตอร์หยาบช่วยปกป้องทั้งคอยล์และฟิลเตอร์ชั้นถัดไป ประหยัดกว่าในระยะยาว
3. ก่อนเลือกฟิลเตอร์ ลองดูผังระบบก่อนว่าจะติดตรงไหน แล้วค่อยเลือกชนิดและขนาด
ติดก่อนคอยล์ที่ทางลมเข้า เพื่อดักฝุ่นก้อนใหญ่ไม่ให้ไปเกาะครีบคอยล์และฟิลเตอร์ชั้นถัดไป
ในตู้ AHU ทั่วไปมักติดหลังพัดลมหรือปลายตู้ เพราะด้านนั้นความดันลมเป็นบวก ลมจึงดันออกทางรอยรั่วแทนที่จะดูดฝุ่นเข้า ทั้งนี้ขึ้นกับการออกแบบของแต่ละระบบ
ไม่จำเป็น HEPA ใช้ในพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น ห้องผ่าตัดและห้องสะอาดในโรงงาน
ระบบยังทำงานได้ แต่ฟิลเตอร์ละเอียดจะตันเร็วและต้องเปลี่ยนบ่อย ค่าใช้จ่ายรวมจึงมักสูงกว่า
ถ้ามีคำถามหรืออยากแลกเปลี่ยนเรื่องฟิลเตอร์กรองอากาศ ทักมาคุยกับทีมงานได้ตามช่องทางนี้ครับ
